| เยาวชนกับยาเสพติด | |||
| เมื่อพูดถึงปัญหายาเสพติด คนส่วนใหญ่ก็มักจะมุ่งความสนใจไปที่กลุ่มผู้ผลิตผู้ค้าและ ผู้เสพยาเสพติด โดยเฉพาะผู้เสพยาเสพติดที่เป็นเยาวชน ซึ่งเป็นผู้เสียหายโดยตรงจึงทำให้ ้ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นบิดามารดา ครู ผู้ปกครอง องค์กรภาครัฐ และภาคเอกชน ตลอดจน สื่อมวลชนต่างก็ให้ความสนใจที่จะเข้ามามีส่วนร่วม ในการ ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะการพยายามสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่เด็กและเยาวชน ให้มีชีวิตที่ดีงาม ห่างไกลจากยาเสพติด ซึ่งต้องระมัดระวังทั้งในเรื่องของการสรรหาวิธีการและเลือกเฟ้นเนื้อหา ข้อความที่เข้าถึงเยาวชนได้ตรงจุด ทั้งนี้เพราะเด็กและเยาวชน นั้นจะมีลักษณะพิเศษ เช่น ไม่ชอบให้ใครว่ากล่าว ตักเตือนตรง ๆ โดยเฉพาะผู้ใหญ่แต่จะรับข่าวสารข้อมูล ได้มากขึ้นถ้า เยาวชนด้วยกันเป็นผู้ให้ข่าวสารข้อมูลนั้น หรือตนเองเป็นผู้มีส่วนร่วมในการสื่อสารด้วย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) จึงได้จัดรายการ โทรทัศน์เพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มเยาวชนไทยขึ้น คือ รายการ “ฮัลโหล ไทยทีน” (HelloThai Teen) ซึ่งเป็นรายการโทรทัศน์เพื่อการป้องกันยาเสพติดของเยาวชน โดยเยาวชน และเพื่อ เยาวชน รายการ “ฮัลโหล ไทยทีน” เผยแพร่ออกอากาศทั่วประเทศทาง สถานีโทรทัศน์ ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ ทุกวันอาทิตย์ เวลา 18.02 - 18.30 น. เป็นประจํ า มีสมาชิกร่วมแลกเปลี่ยนส่งข่าวสาร ผ่านรายการทางจดหมาย E-mail โทรศัพท์ และวิทยุ ติดตามตัวเป็นจำนวนประมาณ 4,000 ราย โดยมีพิธีกร เป็นเยาวชน และเสนอกิจกรรมทาง เลือกของเยาวชนที่หลากหลายทั้งในด้านกีฬา ดนตรี งานอดิเรก และ การนำเสนอ ความคิดเห็น ของเด็กเยาวชน ในเรื่องป็ญหายาเสพติด หากจะมีแขกของรายการที่เป็นผู้ใหญ่เข้าไปร่วม รายการ ด้วย ก็จะต้องปรับภาษาพูดและเนื้อหาที่นำเสนอ ให้เป็นเรื่องที่เป็นเหตุเป็นผล และ พูดถึงเรื่องประสบการณ์จริง ที่เยาวชนเคยพบเห็นหรือเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของเด็ก และเยาวชน ในการพบปะกับเยาวชนของเลขาธิการ คณะกรรมการป้องกัน และปราบปราม ยาเสพติด(นายสรสิทธิ์ แสงประเสริฐ) กับน้อง ๆ เยาวชน ใน รายการ โทรทัศน์ “ฮัลโหล ไทยทีน” แต่ละครั้งได้นำเสนอแนวคิดที่เป็นเหตุเป็นผล และเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวอยู่ใน ิถีชีวิตของ เด็กและเยาวชน ซึ่งผู้เขียน มองเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อการนำไปเผยแพร่ ่ในการพูดคุยเรื่อง ยาเสพติด กับเยาวชน ต่อไป จึงได้รวบรวมและเรียบเรียงประเด็นหลัก ๆ ไว้ดังนี้ อิทธิพลของเพื่อน เพื่อนเป็นคนสำคัญของเราก็จริงอยู่ แต่ถ้าเพื่อนมีอิทธิพลต่อเราในทางที่ไม่ดี พาไปเสีย ผู้เสียคนในฐานะที่เราเป็นเพื่อนก็ต้องให้สติด้วยการตักเตือน และปฏิเสธไม่ทำตามและชักจูง ให้เขาได้ใช้ชีวิตที่ถูกต้อง และดีงาม แต่ถ้าหากเป็นเรื่องที่ยุ่งยากเหลือบ่ากว่าแรงก็คงต้องโบก มือลาเลิกคบเสียดีกว่า ถือคติที่ว่า “มีเพื่อนดีเพียงหนึ่ง ถึงจะต้อง ดีกว่าเพื่อนร้อยเพื่อนเลว” ถ้าเป็นเรื่องยาเสพติด ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ด้วยตนเอง เรื่องบางเรื่องจำเป็นต้องพิสูจน์ ด้วยตนเองแล้ว จึงเชื่อ แต่เรื่องยาเสพติดไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ด้วยตนเอง เพราะกาลเวลาผ่านมา กี่ยุคกี่สมัย ยาเสพติดก็ยังเป็น สิ่งที่มีโทษพิษภัยต่อร่างกาย และมีผลกระทบทำลายครอบครัว ชุมชน และความมั่นคงของประเทศชาติ หากลูกหลายจะลงทุนพิสูจน์ยาเสพติด ด้วยการ ทดลองใช้ด้วยตนเองก็เป็นการลงทุนที่สูงมาก ไม่คุ้มกับการลงทุนเพราะยาเสพติดมีฤทธิ์ ทางเภสัช ทำให้เสพติดได้ และเลิกได้ยาก บางทีอาจสูญเสียเวลา และอนาคตกับเรื่องนี้ ี้ไปตลอดชีวิต เพราะฉะนั้นอย่าได้คิดทดลองเลยจะดีกว่า เยาวชนจะต้องรู้เท่าทันผู้ค้ายาเสพติด เยาวชนส่วนใหญ่อยู่ในวัยเรียน มีเงินอยู่ในกระเป๋าเสมอสําหรับค่าขนม และค่าใช้จ่าย ส่วนตัวที่จำเป็น ซึ่งพ่อแม่และผู้ปกครองให้มา จึงทำให้ผู้ลักลอบค้ายาเสพติด มีความมั่นใจ ว่าการค้ายาเสพติด ให้กับเยาวชน นั้นจะทำให้มีลูกค้าอยู่สม่ำเสมอ และใช้กลยุทธในการขาย แบบขายตรง(Direct sale) ในกลุ่มเพื่อนสนิท และด้วยความเป็นเพื่อนสนิท จึงไม่กล้าเปิดเผย ความผิดของเพื่อน และไม่กล้า ปฏิเสธเพื่อน จึงทำให้การแพร่ ่ระบาด ยาเสพติดเป็นไป อย่าง กว้างขวางและรวดเร็ว จึงจำเป็นที่เยาวชนจะต้องรู้เท่าทันกลลวงของผู้ค้า ยาเสพติดที่จ้อง จะดูดเงินค่าขนมในกระเป๋าของเยาวชนตลอดมา ติดกีฬาก็มีความสุขได้ การเล่นกีฬาไม่ใช่เป็นแต่เพียงกิจกรรมทางเลือกที่เบี่ยงเบนความสนใจของ เยาวชนให้ ห่างไกลยาเสพติดเท่านั้น แต่ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ เชื่อว่า การออกกำลังกายหรือ การเล่นกีฬานั้น จะทำให้ต่อมไร้ท่อใต้สมอง หลั่งสาร เคมีชนิดหนึ่งชื่อ “เอนโดฟีน” ออกมา ซึ่งสารชนิดนี้จะทำให้รู้สึกสดชื่น และ เป็นสุขผู้ที่ออก กำาลังกาย อยู่เสมอจึงมีสุขภาพแข็งแรง สมบูรณ์สมกับที่กล่าวว่า “กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ” ดังนั้น จึงควรที่จะช่วย กันส่งเสริม ให้เ ยาวชน ได้ออก กำลังกายและเล่นกีฬา เพื่อให้มีสาร “เอนโดฟีน” อยู่ในร่างกายเกิดความสุขได้ โดยไม่ต้องพึ่งพายาเสพติด | |||
| |||
ฝ่ายปกครองโรงเรียนหัวดงรัฐชนูปถัมภ์
ค้นหาบล็อกนี้
วันพฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2553
เยาวชนกับยาเสพติด
วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
ชาว รช. ร่วมไว้อาลัยในการจากไปของคุณแม่บุญเรือน สุวรรณคีรี มารดาของครูมนัส สุวรรณคีรี
ตั้งศพสวดพระอภิธรรมที่บ้านเลขที่ 63 ม. 7 ต.วังหว้า อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร
วันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
ความประพฤติผิดระเบียบและการลงโทษนักเรียน
ความประพฤติผิดระเบียบและการลงโทษนักเรียน
ความประพฤติผิดระเบียบและการลงโทษนักเรียน
โรงเรียนหัวดงรัฐชนูปถัมภ์
อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร
ความประพฤติผิดระเบียบในกรณีต่างๆ แยกออกได้ดังนี้
ความผิดสถานเบา
1. การแต่งกาย
2. การมาโรงเรียนสาย
3. การใช้อาคารสถานที่
4. รับประทานอาหารเวลาเรียน
5. ไม่เข้าร่วมกิจกรรม
6. พูดจาหยาบคาย
7. มีเครื่องมือสื่อสาร
8. ใช้เครื่องประดับต่างๆ
9. ใช้ครีมใส่ผม ดัดผม ทาปาก ทาแก้ม ทาเล็บ
10. มี หรือ อ่านหนังสืออนาจาร
11. สูบบุหรี่
ความผิดสถานหนัก ( ประพฤติตนในทางที่เสียหาย )
1. เที่ยวเตร่ กลางวัน หรือกลางคืน
2. เป็นอันตพาล เกเร
3. ทำให้ชื่อเสียงโรงเรียนและบุคคลอื่นเสียหาย
4. ผิดศีลธรรมเรื่องกฎศาสนาอย่างร้ายแรง
5. ลักขโมย หรือสมรู้ร่วมคิด
6. ประพฤติตนในทางชู้สาว
7. ดูหมิ่น หรือ สพประมาทครู อาจารย์
8. ทำลายเอกสาร ประกาศ และทรัพย์สินของโรงเรียน หรือผู้อื่น
9. ก่อความไม่สงบและแตกความสามัคคี
10. ก่อการทะเลาะวิวาท
11. มียาเสพติดในครอบครอง
12. พกพาอาวุธเข้ามาในโรงเรียน
13. ข่มขู่ รีดไถ่ ทรัพย์สินของผู้อื่น
ขั้นตอนการลงโทษ
1. ว่ากล่าวตักเตือน
2. ทำกิจกรรมตามความเหมาะสม
3. ภาคทัณฑ์
4. พักการเรียน
ผู้ ปกครองควรเอาใจใส่ สังเกตพฤติกรรมของเด็กในความปกครองของท่าน หากเห็นว่าเด็กผิดบกร่องในการเรียน หรือมีพฤติกรรมผิดปกติวิสัยของนักเรียนที่ดี เช่น การแต่งกาย หรือการเสพของมึนเมา ควรว่ากล่าวตักเตือนและติดต่อกับทางโรงเรียน ครูประจำชั้น ครูฝ่ายปกครอง หรือ ผู้อำนวยการโรงเรียน เพื่อปรึกษาหาวิธีแก้ไขในข้อบกพร่องก่อนที่จะสายเกินไป โทร 056-697251
วันอังคารที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
หน้าที่งานบริหารงานบุคคล
บริหารงานฝ่ายบริหารงานบุคคลตามนโยบาย ทำแผนงานงบประมาณ ติดตามดูแล ให้ความช่วยเหลือ ในการดำเนินงานในฝ่ายบริหารงานบุคคล รวบรวมและจัดทำระเบียบ คู่มือพร้อมแนวปฏิบัติเกี่ยวกับงานใน ฝ่าย ประสานกับบุคคล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประเมินผลและรายงานผลการปฏิบัติงานในฝ่าย และปฏิบัติงานอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย
วันจันทร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
วิสัยทัศน์โรงเรียน
โรงเรียนหัวดงรัฐชนูปถัมภ์มุ่งจัดการศึกษาให้นักเรียนเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ เชิดชูความเป็นไทย
ใฝ่คุณธรรมน้อมนำเศรษฐกิจพอเพียง
พันธกิจของโรงเรียน
จัดกระบวนการเรียนรู้ พัฒนาศักยภาพผู้เรียนเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ มีคุณภาพตามมาตรฐาน
การศึกษา โดยยึดหลักคุณธรรมนำความรู้ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง
เป้าประสงค์ของโรงเรียน
1. ผู้เรียนมีทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง และมีคุณภาพตามมาตรฐาน
2. พัฒนาให้ผู้เรียนมีคุณธรรมนำความรู้ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง
3. สถานศึกษามีเครือข่าย และพัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย
4. ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


